หน้าหลัก / ข่าวประชาสัมพันธ์

ฮิโรชิมามากกว่าการเป็นอนุสรณ์สถาน

ฮิโรชิมามากกว่าการเป็นอนุสรณ์สถาน



ทั้งโลกรู้จักฮิโรชิมาว่า เป็นแผ่นดินแรกบนโลกที่ถูกโจมตีโดยระเบิดปรมาณูหรืออาวุธนิวเคลียร์ ตั้งแต่นั้นมาทุกๆ ปี โลกก็ร่วมกันรำลึกและไว้อาลัย จนกระทั่งบัดนี้ครบรอบ 70 ปีแล้ว ทุกฝ่ายยังเพียรพยายามรณรงค์ให้มีการลดการครอบครองเพื่อนำไปสู่การขจัดสิ้นซึ่งอาวุธนิวเคลียร์

ผู้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัย ไม่ว่าชาวญี่ปุ่นหรือต่างชาติ มักเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่จัดแสดงผลลัพธ์จากการทำลายล้างโดยฝีมือมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันอย่างเหี้ยมโหด รวมทั้งไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ของโรงเรียนที่อยู่ติดศูนย์กลางการระเบิด ที่ซึ่งเด็กนักเรียนและครูกว่า 400 คนเสียชีวิตทันทีหลังการระเบิด หรือไปเยี่ยมอนุสาวรีย์เด็กผู้หญิงอายุ 2 ขวบ ที่รอดชีวิตจากระเบิดซึ่งระหว่างนอนรักษาตัวอยู่ได้ภาวนาและลงมือพับนกกระเรียนกระดาษเพื่อวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพเจ้า ตามความเชื่อที่ว่า ถ้าพับได้ถึง 1,000 ตัว ก็จะหายเจ็บป่วย แต่ทว่าเมื่อพับไปได้ 644 ตัว เด็กหญิงก็สิ้นลมหายใจลงเมื่ออายุเพียง 12 ปี ทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำและความเพียรพยายามที่จะอยู่รอดชีวิต ทิ้งให้นกกระเรียนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการระลึกถึง เป็นสัญลักษณ์แห่งการเพียรพยายามอย่างไม่ลดละ และเป็นสัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตด้วยความหวัง ด้วยการปฏิบัติ

โดยส่วนใหญ่ ผู้มาร่วมพิธีรำลึก มักแวะพำนักอยู่แค่ 1-2 วัน แล้วแยกกันกลับไปดำเนินชีวิตต่อตามปรกติ แต่มีคนบอกไว้ว่า หากมีเวลาอยู่ต่อ 2-3 วัน จะมีโอกาสพบว่า ฮิโรชิมานั้นเป็นมากกว่าอนุสรณ์สถานโลกแห่งการขัดแย้งและการประหัตประหาร เมื่อผมมีโอกาสร่วมประชุมรณรงค์ต่อต้าน ขจัดอาวุธนิวเคลียร์และร่วมพิธีไว้อาลัย เลยตั้งใจอยู่ต่ออีก 3-4 วัน เพื่อทำความรู้จักฮิโรชิมา

วันที่ฮิโรชิมาโดนทำลายราพณาสูร บรรดาเกจิอาจารย์คาดการณ์ว่า ต้องใช้เวลาร้อยปีกว่าที่จะฟื้นตัวได้ และกว่าพืชผักผลไม้จะงอกเงยขึ้นมาใหม่คงอีกหลายสิบปี ซึ่งแผ่นดินฮิโรชิมาได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นความจริง ธรรมชาติไม่เคยยอมแพ้ เพียงไม่กี่วันหลังการทิ้งระเบิดปรมาณู ต้นหญ้าก็เริ่มงอกขึ้นใหม่ ตามด้วยมวลไม้อื่นๆ ขณะเดียวกันมนุษย์ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ท้อถอย ทั้งรัฐสภาและรัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎหมายพิเศษเพื่อบูรณะฟื้นฟู จัดหางบประมาณ เร่งระดมผู้คน เพื่อนำฮิโรชิมากลับมา

ใช้เวลาเพียงไม่นาน ฮิโรชิมาก็ฟื้นสู่สภาพความเป็นเมือง กลับมาเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ทำธุรกิจอุตสาหกรรม การเกษตรและค้าขาย กระทั่งบัดนี้ ฮิโรชิมาและปริมณฑลมีความพร้อมสมบูรณ์ในฐานะเมืองและจังหวัดขนาดย่อมด้วยพลเมืองกว่าล้านคน ไม่ด้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ ของญี่ปุ่น

สิ่งที่ประทับใจผู้มาเยือนอย่างผมคือ ความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยของแม่น้ำทั้ง 6 สาย พร้อมคลองเชื่อมโยงลำน้ำต่างๆ และสะพานมากมาย โดยภูมิศาสตร์แล้ว ฮิโรชิมาอยู่ติดทะเล ทิวทัศน์ไม่เป็นสองรองเวนิสหรือบางกอก รวมทั้งความสะดวกในการขนส่งมวลชน มีทั้งรถรางและรถเมล์ก็ตรงเวลาเป๊ะ พนักงานเป็นมืออาชีพ สุภาพ ใจเย็นที่จะให้เวลาทอนเงินผู้โดยสาร

พูดถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ฮิโรชิมามีถึง 2 ที่ แห่งหนึ่งเน้นศิลปินร่วมสมัยของญี่ปุ่น อีกแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยผลงานศิลปินฝรั่งเศสยุคอิมเปรสชั่นนิสท์ ใกล้ฮิโรชิมามีเมืองเล็กชื่อคุมาโนะ เป็นเมืองผลิตพู่กันขึ้นชื่อของญี่ปุ่นและของโลก ขนาดที่ว่า หากศิลปินญี่ปุ่นคนใดไม่ใช้พู่กันของเมืองนี้ ก็ดูจะเชย ฝีไม้ลายมือจะไม่ไร้เทียมทาน ที่เมืองนี้ ทุกครัวเรือนทำพู่กัน และส่งมาจัดแสดง เพื่อขายปลีกหรือขายส่งที่อาคารสำนักงานกลาง ดำเนินงานแบบสหกรณ์ ที่อาคารนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์พู่กันด้วย ไม่ใช่เพียงพู่กันสำหรับศิลปินเท่านั้น แต่พู่กันเพื่อชาย เช่น ที่โกนหนวดโกนเครา หรือพู่กันเสริมความงามสตรี (ยุคสมัยนี้มีสำหรับเพศที่สามด้วย) ก็มี จากการเยี่ยมชม ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่า ขนสัตว์ต่างๆ แม้กระทั่งขนห่านก็เอามาทำพู่กันได้ นอกจากนั้นยังจัดแสดงผลงานศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกส่วนหนึ่ง อาคารนี้นอกจากเป็นทั้งหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ และการพาณิชย์ ชาวญี่ปุ่นก็มีจิตสาธารณะ โดยใช้เป็นที่ฝึกสอนเด็กและผู้สนใจในการมาเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีทำพู่กันและทดลองฝึกวิธีทำพู่กันอีกด้วย

พูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว ฮิโรชิมายังมีมรดกโลกอย่างน้อย 2 อย่างคือ ศาสนสถานชินโต บนเกาะมิยาจิม่า นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ราว 10 กว่านาที และพิธีดำนาของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในแขวงชิโยะดะ ซึ่งแต่งกายตามประเพณีสวยงามทั้งชาวนาหญิง-ชาย และวัว ควาย ม้า ก็ประดับประดาอย่างสง่างาม

ฮิโรชิมายังเลื่องลือด้านการแสดงละครพื้นบ้าน ลักษณะคล้ายงิ้วผสมลิเก แม้ผู้เล่นเป็นอาสาสมัครแต่มีความเป็นมืออาชีพ ที่ทราบเพราะหัวหน้าคณะหนึ่งเป็นบิดาเพื่อนสนิทชาวญี่ปุ่นของผมซึ่งอาชีพหลักเป็นช่างตัดผม การแสดงเวียนไปตามโรงเรียน หออเนกประสงค์ชุมชนต่างๆ มักเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ถือเป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยชาวบ้านได้สนุกด้วย

ที่ฮิโรชิมามีอาหารอร่อยๆ เพียบ ที่โด่งดังขึ้นชื่อคือ หอยนางรม โดยเมนู 1 ชุด มีทั้งสด ปิ้ง ทอด ชุบ นึ่ง รวมกันอยู่ ใครไปแถวนั้น แล้วไม่ได้ลิ้มรสหอยนางรม ถือว่ายังท่องเที่ยวไม่ครบเครื่อง

อาหารที่มีชื่ออีกชนิดของฮิโรชิมา คล้ายขนมเบื้องไทยผสมกับสปาเกตตีแบบอิตาลี วิธีทำคือ ชั้นพื้นทำด้วยแป้ง เดิมใช้แป้งข้าวเจ้า (แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แป้งสาลีของอเมริกันทะลักเข้ามาแทน กลายเป็นติดตลาดใช้ถาวร) โปะด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวผัด แล้วก็ผักกาดผัด โรยด้วยเนื้อสัตว์ตามใจชอบ ผสมกระเทียม เศษแป้งทอดและปิดหน้าด้วยไข่ทอด 2 ฟอง สำคัญที่สุดคือ ราดด้วยน้ำซอสโอโคโนมิยากิ ซึ่งกำลังดังไปทั่วญี่ปุ่นและเริ่มขยายไปทั่วโลก ตีโค้งขึ้นมาแข่งกับโซบะ ปลาดิบ ข้าวปั้น ซอสนี้ทำที่โรงงานในชานเมืองฮิโรชิมาโดยบริษัทชื่อ โอตาฟุคุซอส และขนมเบื้องญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาปรากฏตัวที่กรุงเทพฯ แล้ว

ทางด้านกีฬานั้น ฮิโรชิมาก็ไม่น้อยหน้าใคร มีทีมเบสบอลระดับชาติของตนเองชื่อ Hiroshima Carp ใช้สีแดงเป็นเครื่องแบบ ก็แพ้บ้างชนะบ้างในลีกของเขา

นอกจากนั้น ฮิโรชิมายังเป็นศูนย์กลางบริษัทอุตสาหกรรมรถยนต์มาสด้า ส่งออกไปทั่วโลก ท่าเรือขนส่งทันสมัยใหญ่โตพอควร (ฮิโรชิมาเป็นที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยยามรักษาฝั่ง (Coast guards) ซึ่งเคยมีนักเรียนไทยไปเรียนจนจบ และผมเคยไปร่วมพิธีส่งนักเรียนลงเรือไปฝึกทะเลด้วย แม้ไม่ได้มีลูกหลานเรียนอยู่ แต่พิธีส่งโบกมือนั้นซาบซึ้ง น้ำตาเลยพาลไหลไปกับบรรดาพ่อแม่เขาด้วย)

ในอดีต ฮิโรชิมาเป็นเสมือนเมืองทหารเพราะเป็นศูนย์บัญชาการและเป็นเมืองหลวงช่วงยุคกลาง สมัยที่ญี่ปุ่นรบกับจีนประมาณ200 ปีมาแล้ว แม้พระราชวังแบบปราสาท 7-8 ชั้น ต่างถูกทำลายไปหมดช่วงสงคราม แต่ได้รับการฟื้นฟูสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นเรือนไม้อยู่ติดสวนสาธารณะที่มากมายด้วยมวลไม้ โดยเฉพาะสนชนิดต่างๆ ถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เหมือนกัน

เมื่อมนุษย์ไม่ยอมแพ้ภัยพิบัติ ไม่ยอมแพ้กับสิ่งชั่วร้าย ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นได้ เมืองที่พินาศแล้วก็บูรณะกันขึ้นใหม่ ปราสาทพังแล้วก็สร้างกันอีกครั้ง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวก็ฟื้นคืนชีพตามมาได้

ฮิโรชิมา คือแบบอย่างของชีวิตต้องสู้ คือแบบอย่างของความร่วมมือร่วมใจต่อสู้

ดังนั้น ในวันนี้ วันที่อนาคตประเทศไทยยังอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอน การเมืองยังไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน วันที่เศรษฐกิจยังคงฝืดเคืองหลังนโยบายประชานิยมทุนนิยมสามานย์ แต่คนไทยต้องไม่ท้อถอย หากแต่ต้องร่วมมือร่วมใจกันทำในสิ่งที่ดี และกล้าหาญที่จะต่อสู้กับความไม่ดี ความเลวร้ายต่างๆ เพื่อนำพาประเทศไทยฝ่าความมืดไปสู่อนาคตที่สว่างไสว เพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพบนพื้นแผ่นดินไทยแผ่นดินนี้


ขอขอบคุณข้อมูล จาก กษิต ภิรมย์, หนังสือพิมพ์แนวหน้า
บริการและให้คำปรึกษา
 
  ที่อยู่บริษัท : 77/254 อาคารราชเทวีทาวเวอร์ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
หน้าแรกเกี่ยวกับเรา บริการของเราข่าวและประชาสัมพันธ์บทสัมภาษณ์ลูกค้าและผลงานที่ผ่านมา ติดต่อเรา
  E-mail Address:service.lbc@gmail.com 
© 2008 Laibros.com, All rights reserved.