หน้าแรก / ห้องเรียนกฏหมาย

สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546
 

สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖

 

พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมเป็นกฎหมายที่กำหนดกลไกการประสานงานสวัสดิการสังคม เพื่อให้มีความคล่องตัวและต่อเนื่องในการแก้ปัญหาสังคมด้านต่างๆ เช่น ปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติเป็นองค์กรที่รับผิดชอบกำหนดมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม และให้มีกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการสังคม

 

๑. หลักการและเหตุผล

โดยที่มาตรา ๘๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว และความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งรัฐต้องสงเคราะห์คนชรา ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพและผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้  ดังนั้น จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม เพื่อเป็นกฎหมายแม่บทในการจัดสวัสดิการสังคมทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคม  ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางสังคมให้เป็นไปอย่างทั่วถึง เหมาะสม และเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

 

๒. สาระสำคัญ

พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ มีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

    ๒.๑ กำหนดความหมายของคำว่า “สวัสดิการสังคม” (มาตรา ๓) ให้มีความหมายว่า ระบบการจัดบริการทางสังคมซึ่งเกี่ยวกับการป้องกัน การแก้ไขปัญหา การพัฒนา และการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างทั่วถึง เหมาะสมเป็นธรรม และให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การทำงาน และการมีรายได้ นันทนาการ กระบวนการยุติธรรม และบริการทางสังคมทั่วไป โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิที่ประชาชนจะต้องได้รับ และการมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ

    ๒.๒ กำหนดแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมขององค์การสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้รับบริการสวัสดิการสังคม] (มาตรา ๕) โดยต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้ คือ ต้องคำนึงถึงสาขาต่างๆ ที่จะดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม เช่น การบริการทางสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย เป็นต้น หรือการกำหนดลักษณะหรือรูปแบบและวิธีการในการดำเนินการ เช่น การส่งเสริมการพัฒนา การป้องกัน หรือการบำบัดฟื้นฟู เป็นต้น โดยให้ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรอื่นๆ ได้มีส่วนร่วมด้วย

    ๒.๓ กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “ก.ส.ค.” ซึ่งเป็นองค์กรระดับประเทศ มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะและให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการจัดสวัสดิการสังคมและการส่งเสริมให้มีการจัดสวัสดิการสังคมอย่างเป็นระบบ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้มีหรือแก้ไขกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม เสนอแผนพัฒนางานสวัสดิการสังคมต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติเป็นแผนแม่บท กำหนดมาตรฐานการจัดสวัสดิการสังคม วางระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินของกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นต้น (มาตรา ๗ ประกอบกับมาตรา ๑๓) โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน ก.ส.ค.” ในสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานธุรการ (มาตรา ๑๕)

    สำหรับองค์กรในระดับจังหวัดนั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “ก.ส.จ.” มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอนโยบาย มาตรการ และแผนการจัดสวัสดิการสังคมของจังหวัดต่อ ก.ส.ค. วางระเบียบเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมของจังหวัดให้สอดคล้องกับระเบียบที่ ก.ส.ค. กำหนด รวมถึงกำกับดูแลหรือส่งเสริมและให้ความเห็นชอบแผนงานและโครงการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมในเขตพื้นที่ของจังหวัดเพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดสวัสดิการสังคม (มาตรา ๑๗ ประกอบกับมาตรา ๑๙) โดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัดรับผิดชอบในงานธุรการของ ก.ส.จ. (มาตรา ๒๐)

    ในส่วนกรุงเทพมหานครนั้น กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “ก.ส.ก.” โดยมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับ ก.ส.จ. และให้สำนักสวัสดิการสังคมกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่รับผิดชอบในงานธุรการของ ก.ส.ก.  ทั้งนี้ ภายในเขตกรุงเทพมหานคร (มาตรา ๒๑ ประกอบกับมาตรา ๒๓)

    ๒.๔ จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในสำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา ๒๔) โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนทำหน้าที่บริหารกองทุน พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนองค์การสวัสดิการสังคมในการจัดสวัสดิการสังคมหรือการปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมตามระเบียบที่ก.ส.ค. กำหนด รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อ ก.ส.ค. (มาตรา ๒๗ ประกอบกับมาตรา ๒๙)

    โดยมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนประกอบด้วยผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการเงิน การจัดสวัสดิการสังคม และการประเมินผล ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของกองทุน (มาตรา ๓๑ ประกอบกับมาตรา ๓๒)

    ๒.๕ องค์กรสาธารณประโยชน์ กำหนดให้มูลนิธิ หรือสมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคมหรือองค์กรภาคเอกชนที่มีผลงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมตามมาตรฐานที่ ก.ส.ค. กำหนดอาจยื่นคำขอต่อ ก.ส.ค. ให้รับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ได้ (มาตรา ๓๔) เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในการจัดสวัสดิการสังคม เช่น เงินอุดหนุน หรือการช่วยเหลือในด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น (มาตรา ๓๕)

    อย่างไรก็ตาม องค์กรสาธารณประโยชน์อาจถูก ก.ส.ค. เพิกถอนการรับรององค์กรสาธารณประโยชน์ได้ ในกรณีดังนี้ (๑) กรณีที่ปรากฏว่าองค์กรสาธารณประโยชน์ใดมีพฤติการณ์ในการจัดสวัสดิการสังคมที่ไม่สุจริต หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ ก.ส.ค. กำหนด หรือไม่มีผลงานตามมาตรฐานที่ ก.ส.ค. กำหนด และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนพฤติการณ์ดังกล่าวแล้วปรากฏว่าองค์กรสาธารณประโยชน์นั้นได้กระทำการโดยไม่สุจริตหรือจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ ก.ส.ค. กำหนด หรือไม่มีผลงานตามมาตรฐานที่ ก.ส.ค. กำหนดจริง หรือ (๒) กรณีที่องค์กรสาธารณประโยชน์ใดได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือความเห็นในการปฏิบัติงาน หรือส่งผู้แทนมาชี้แจงหรือให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานอื่นมาประกอบการพิจารณา แล้วไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ ก.ส.ค. มีอำนาจเพิกถอนการรับรององค์กรสาธารณประโยชน์นั้นได้ (มาตรา ๓๘ ประกอบกับมาตรา ๓๙)

 

๓. ผู้รักษาการตามกฎหมายและวันบังคับใช้

ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กรณีระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (มาตรา ๔)

 

บริการและให้คำปรึกษา
 
  ที่อยู่บริษัท : 77/254 อาคารราชเทวีทาวเวอร์ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
หน้าแรกเกี่ยวกับเรา บริการของเราข่าวและประชาสัมพันธ์บทสัมภาษณ์ลูกค้าและผลงานที่ผ่านมา ติดต่อเรา
  E-mail Address:service.lbc@gmail.com 
© 2008 Laibros.com, All rights reserved.
_
***กรุณาฝากข้อความเราจะติดต่อกลับ***
Name
***
E-mail
***
Phone Number
***
Message
***