หน้าแรก / ห้องเรียนกฏหมาย

หลักเกณฑ์การย้ายสถานที่ประกอบการ
 

ย้ายสถานประกอบการ หรือ ย้ายสถานที่ทำงาน

               สถานประกอบการหลายแห่ง อาจมีสำนักงานสาขา หรืออาจไม่มี การบริหารจัดการภายในองค์กร เกี่ยวกับการทำงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำงานอยู่ตลอดเวลา   การปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงสถานที่ทำงาน เพื่อความสะดวกหรือความเหมาะสมของธุรกิจ   ถือเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการ   ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลให้ให้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานใหม่   หรือมีการย้ายสถานประกอบการได้ 

             การย้ายสถานประกอบการกับการย้ายสถานที่ทำงาน   หลายท่านอาจมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน หรือความหมายเดียวกัน   แต่ในทางกฎหมายถือว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ เนื่องจากผลของการย้ายสถานประกอบการ    กับการย้ายสถานที่ทำงานตามปกติ    มีผลที่แตกต่างกัน    บังคับใช้กฎหมายต่างกันไป   กล่าวคือ  

             การย้ายสถานประกอบการ ในที่นี้หมายถึง   การที่นายจ้างเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงาน หรือย้ายสถานที่ทำงานทั้งหมดไปตั้ง ณ.สถานที่อื่น   อันไม่ใช่สถานที่ทำงานเดิม   หรือสถานที่ทำงานสาขาของนายจ้างซึ่งมีอยู่เดิม ซึ่งการย้ายสถานประกอบการในลักษณะนี้   บังคับใช้ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 120 ฉบับแก้ไข ปี 2551

             องค์ประกอบที่สำคัญ คือ 

             1.  ย้ายสถานประกอบการไปตั้ง ณ.สถานที่อื่น 

             2.  ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง    

             3.  แจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันย้าย     

             4   ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายจ้าง หรือ

             5.  ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ในวันกำหนดย้ายสถานประกอบการ

             6.  ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ เท่ากับอัตราค่าชดเชยตามกฎหมาย ( พรบ.คุ้มครองแรงงงาน ฯ ) มาตรา 118    

             7.  ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษหรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง     

             8. กรณีนายจ้างไม่แจ้งล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน     

   ตามองค์ประกอบดังกล่าว กรณีจะถือว่าเป็นการย้ายสถานประกอบการไปตั้ง ณ.สถานที่อื่น ต้องหมายถึง การที่นายจ้าง ย้ายสถานที่ตั้ง   หรือสถานที่ทำงาน ทั้งหมดไปตั้ง ณ.สถานที่ทำงานในพื้นที่อื่นแยกต่างหากจากที่ตั้งเดิม   การย้ายสถานที่ทำงานไปทำงานที่ใหม่แต่เป็นการย้ายเพียงบางส่วน หรือ เป็นการย้ายไปทำงาน ณ.สำนักงานสาขา   อันเป็นสาขาหนึ่งของนายจ้างอยู่แล้ว ยังไม่ถือว่าเป็นการย้ายสถานประกอบการ   เพราะถือว่าสถานประกอบการเดิมยังมีอยู่ ยังไม่ได้มีการโยกย้ายหรือเปลี่ยนเปลี่ยน แต่อาจเป็นเพียงการเพิ่มสาขา   หรือเป็นเพียงการย้ายไปทำงาน ณ.สำนักงานสาขาของนายจ้าง   ซึ่งมีอยู่เดิมแล้วเท่านั้น    กรณีจึงไม่ถือว่าเป็นการย้ายสถานประกอบการ ตามมาตรา 120  

                     หากพิจารณาได้ว่าเป็นการย้ายสถานประกอบการแล้ว   สิ่งที่จะต้องพิจารณาต่อคือ   การย้ายสถานประกอบการนั้น ต้องส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง   เช่น ต้องตื่นนอนแต่เช้า   ต้องเดินทางไกลมากขึ้น   ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เป็นต้น   หากเป็นการย้ายสถานประกอบการจริง แต่เป็นการย้ายที่ไม่ห่างไกลจากเดิม   ลูกจ้างสามารถเดินทางมาทำงานได้ โดยใช้เวลาไม่ต่างจากเดิม หรือค่าใช้จ่ายไม่แตกต่างจากเดิม  หรือไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการย้ายเลย ถือว่าการย้ายสถานประกอบการนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้างแต่อย่างใด    กรณีก็ไม่ถือว่าครบองค์ประกอบตาม มาตรา 120 เช่นกัน ลูกจ้างจะใช้สิทธิตามมาตรา 120 ไม่ได้      หากเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายดังกล่าว   นายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คือ ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ลูกจ้างทราบก่อนวันย้ายสถานประกอบการ ไม่น้อยกว่า 30 วัน    หากไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน แก่ลูกจ้าง  ในขณะเดียวกันลูกจ้างก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นกัน คือ หากไม่ประสงค์จะย้ายไปทำงาน ณ.สถานที่ทำงานใหม่   ตามที่นายจ้างแจ้ง   ลูกจ้างต้องแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้าง   หรือในวันกำหนดย้ายสถานประกอบการก็ได้  

                   แต่หากพิจารณาตามเจตนาและผลทางกฎหมายแล้ว   จะเห็นว่าการแจ้งหรือการบอกกล่าวนั้นควรทำเป็นหนังสือ ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานในการแจ้งหรือการบอกกล่าว   ว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดแล้วหรือไม่   และสอดคล้องกับการบอกกล่าวล่วงหน้าตาม มาตรา 17 ด้วย   ดังนั้นผมเห็นว่า การแจ้งหรือบอกกล่าวล่วงหน้านั้น   ทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องทำเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบจะเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด   

                  กรณีหากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามมาตรา 120 ลูกจ้างมีสิทธิร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดจ่ายค่าชดเชยพิเศษดังกล่าวข้างต้น   เมื่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน มีคำสั่งเป็นเช่นไร   ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว   สามารถฟ้องขอเพิกถอนต่อศาลแรงงานได้    และหากนายจ้างเป็นฝ่ายฟ้องขอเพิกถอนคำสั่ง   นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนเงินในคำสั่งก่อน   จึงจะใช้สิทธิฟ้องเพิกถอนได้    

บริการและให้คำปรึกษา
 
  ที่อยู่บริษัท : 77/254 อาคารราชเทวีทาวเวอร์ แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม 10400
หน้าแรกเกี่ยวกับเรา บริการของเราข่าวและประชาสัมพันธ์บทสัมภาษณ์ลูกค้าและผลงานที่ผ่านมา ติดต่อเรา
  E-mail Address:service.lbc@gmail.com 
© 2008 Laibros.com, All rights reserved.
_
***กรุณาฝากข้อความเราจะติดต่อกลับ***
Name
***
E-mail
***
Phone Number
***
Message
***