| |
หลักการทั่วไป
1. การคุ้มครองเงินฝาก คืออะไร
การคุ้มครองเงินฝากเป็นระบบที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสถาบันการเงินและจ่ายเงินคืนผู้ฝากภายในวงเงินที่กำหนดในกรณีที่สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองถูกปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอขอรับชำระหนี้จากการชำระบัญชีทรัพย์สิน
2. หลักการสำคัญของระบบคุ้มครองเงินฝาก
§ คุ้มครองเงินฝากในสถาบันการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝากรายย่อย ซึ่งเป็นผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ในระบบมิให้ได้รับผลกระทบในกรณีที่สถาบันการเงินถูกสั่งปิดกิจการ
§ เป็นกลไกในการสร้างวินัยทางการเงิน ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน โดยการจำกัดวงเงินจ่ายคืน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ฝากให้ความสำคัญในการติดตามฐานะและการดำเนินงานของสถาบันการเงิน ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินจะดำเนินงานอย่างระมัดระวัง โปร่งใส และให้บริการที่ดีแก่ผู้ฝากเงิน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน
3. ประโยชน์ของการมีระบบคุ้มครองเงินฝาก
§ประโยชน์ต่อผู้ฝากเงิน : เงินฝากในสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ระบบนี้ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฯ โดยอัตโนมัติ ผู้ฝากเงินไม่ต้องกังวล หรือ ดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก อีกทั้งเมื่อสถาบันการเงินใดถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายคืนเงินฝากแก่ผู้ฝากเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
§ประโยชน์ต่อระบบการเงิน : สถาบันการเงินมีความเข้มแข็ง มีการแข่งเสรีตามกลไกตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีความเหมาะสม
4. ปัจจุบันมีประเทศใดบ้างที่มีระบบคุ้มครองเงินฝาก
ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 106 ประเทศ โดยในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บังคลาเทศ อินเดีย รัสเซีย และคาซัคสถาน
เงินคุ้มครองของต่างประเทศ
(ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2553)
ประเทศ |
วงเงินคุ้มครอง |
เท่า ต่อ GDP Per capita2/ |
ตามกำหนดในกฎหมาย |
เทียบเป็น ดอลลาร์ สรอ. |
สิงคโปร์ |
20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์1/ |
14,200 |
0.41 |
ฮ่องกง |
100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง1/ |
12,900 |
0.44 |
อเมริกา |
100,000 ดอลลาร์ สรอ.1/ |
100,000 |
2.15 |
แคนาดา |
100,000 ดอลลาร์ แคนาดา |
93,700 |
2.39 |
ญี่ปุ่น |
10 ล้านเยน |
110,700 |
2.80 |
เกาหลีใต้ |
50 ล้านวอน |
42,200 |
2.57 |
ฟิลิปปินส์ |
500,000 เปโซ |
10,800 |
6.28 |
มาเลเซีย |
60,000 ริงกิต1/ |
17,500 |
2.34 |
เวียดนาม |
50 ล้านดอง |
3,100 |
2.95 |
อินโดนีเซีย |
100 ล้านรูเปีย1/ |
10,600 |
4.77 |
ไทย |
1 ล้านบาท1/ |
30,150 |
7.59 |
1/วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน (บังคับใช้ชั่วคราวหลังจากวิกฤติทางการเงินในปี 2551)
สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย : คุ้มครองเต็มจำนวนจนถึง 31 ธันวาคม 2553
ไทย : คุ้มครองเต็มจำนวนจนถึง 10 สิงหาคม 2554
สหรัฐอเมริกา : คุ้มครอง 250,000 ดอลลาร์ สรอ.จนถึง 31 ธันวาคม 2556
อินโดนีเซีย : เพิ่มวงเงินคุ้มครองเป็น 2,000 ล้านรูเปีย ตั้งแต่ 13 ตุลาคม 2551
2/ที่มา : World Economic Outlook Database, October 2009, International Monetary Fund
พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
5. พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้เมื่อใด
11 สิงหาคม 2551
6. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก คือใคร
สถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นนิติบุคคล บริหารงานและกำหนดนโยบายโดยคณะกรรมการ ประกอบด้วยประธาน ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี
7. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก มีหน้าที่อะไร
หน้าที่หลักของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก คือ
1. คุ้มครองเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงิน
2. เก็บเงินนำส่งจากสถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อสะสมไว้เป็นกองทุนคุ้มครองเงินฝาก สำหรับใช้ในการจ่ายคืนเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงินหากสถาบันการเงินใดถูกปิด
8. สถาบันคุ้มครองเงินฝากตั้งอยู่ที่ไหน
สถาบันคุ้มครองเงินฝากตั้งอยู่ที่ อาคารอีสท์วอเตอร์ เลขที่ 1 ซอยวิภาวดีรังสิต 5 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
9. สถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่
ธนาคารพาณิชย์ไทย รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
ตามรายชื่อดังนี้
รายชื่อสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก (ข้อมูล ณ กุมภาพันธ์ 2553)
ธนาคารพาณิชย์ (รวมสาขาธนาคารต่างประเทศ)
ธ. กรุงเทพ ธ. กรุงไทย
ธ. กรุงศรีอยุธยา ธ. กสิกรไทย
ธ. เกียรตินาคิน ธ. ทหารไทย
ธ. ทิสโก้ ธ. ซีไอเอ็มบี ไทย
ธ. ไทยพาณิชย์ ธ. ธนชาต
ธ. นครหลวงไทย ธ. ยูโอบี
ธ. สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ธ. สินเอเซีย
ธ. ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ธ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย
ธ. เมกะ สากลพาณิชย์ ธ. คาลิยง
ธ. เจพีมอร์แกน เชส ธ. ซิตี้แบงก์
ธ. ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธ. ดอยซ์แบงก์
ธ. บีเอ็นพี พารีบาส์ ธ. มิซูโฮ คอร์ปอเรต
ธ. แห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ธ. แห่งประเทศจีน
ธ. แห่งอเมริกาเนชั่นแนลแอสโซซิเอชั่น ธ. อาร์ เอช บี
ธ. อินเดียนโอเวอร์ซีส์
ธ. เดอะรอยัลแบงค์อ๊อฟสกอตแลนด์ เอ็น.วี.
ธ. โอเวอร์ซี-ไชนีสแบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น
ธ. ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น
บริษัทเงินทุน
บง. กรุงเทพธนาทร บง.สินอุตสาหกรรม
บง. แอ็ดวานซ์
บริษัทเครดิตฟองซิเอร์
บค. ลินน์ ฟิลลิปส์ มอร์ทเก็จ บค. สหวิริยา
บค. เอเซีย
10. ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากหรือไม่
กฎหมายนี้ไม่ครอบคลุมถึงธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นธนาคารที่รัฐถือหุ้นและดูแลผู้ฝากเงินอยู่แล้ว รวมทั้งธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น เช่น ธนาคารอิสลาม
อย่างไรก็ดี หากต่อไปเห็นว่าเหมาะสมที่จะขยายความคุ้มครองไปยังธนาคารของรัฐเหล่านี้ ก็กระทำได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การคุ้มครอง
11. เงินฝากประเภทใดที่ได้รับความคุ้มครอง
เงินฝากกระแสรายวัน ออมทรัพย์ ประจำ บัตรเงินฝาก และใบรับฝากเงินที่เป็นเงินบาท
ยกเว้นเงินฝากใน “บัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” ซึ่งเป็นประเภทบัญชีพิเศษที่เปิดเพื่อทำรายการเฉพาะตาม พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง และเงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน
12. เงินฝากในสหกรณ์ เงินลงทุนในกองทุนพันธบัตรต่างๆ กองทุน RMF LTF หุ้นกู้ธนาคาร หุ้นกู้บริษัทเอกชนได้รับความคุ้มครองหรือไม่
เงินฝากในสหกรณ์ไม่ได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากสหกรณ์ไม่ได้เป็นสถาบันการเงินภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก สำหรับเงินลงทุนในกองทุนและหุ้นกู้ต่างๆนั้นไม่ถือว่าเป็นเงินฝากจึงไม่ได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน
13. เงินฝากของชาวต่างประเทศที่ฝากไว้ในประเทศไทยได้รับความคุ้มครองหรือไม่
ได้รับการคุ้มครองสำหรับเงินฝากที่เป็นเงินบาท ทั้งนี้ไม่รวมบัญชี “บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ” ตาม
พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
14. คุ้มครองเท่าไร
คุ้มครองเงินฝากตามจำนวนที่ฝากไว้และดอกเบี้ยค้างจ่ายจากเงินฝากดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2551 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการกำหนดจำนวนเงินคุ้มครองเงินฝากโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ดังนี้
ปีที่ ระยะเวลา จำนวนเงินที่คุ้มครอง
1 11 ส.ค. 51 – 10 ส.ค. 52 เต็มจำนวน
2 11 ส.ค. 52 – 10 ส.ค. 53 เต็มจำนวน
3 11 ส.ค. 53 – 10 ส.ค. 54 เต็มจำนวน
4 11 ส.ค. 54 – 10 ส.ค. 55 ไม่เกิน 50 ล้านบาท
5 11 ส.ค. 55 เป็นต้นไป ไม่เกิน 1 ล้านบาท
15. วงเงินคุ้มครองต่อรายผู้ฝากเงินต่อสถาบันการเงิน คืออะไร
วงเงินสูงสุดที่ผู้ฝากเงินแต่ละรายจะได้รับเงินฝากคืน ไม่ว่าผู้ฝากเงินรายนั้นจะมีบัญชีเงินฝากอยู่กี่บัญชีในสถาบันการเงิน 1 แห่ง ซึ่งมีวิธีการคำนวณ ดังนี้
ถ้ามีเงินฝากไว้หลายบัญชีหรือในสาขาหลายแห่งของสถาบันการเงินแห่งเดียวกัน จะนำเงินฝากในทุกบัญชีของผู้ฝากเงินแต่ละรายมาบวกรวมกันก่อน
ตัวอย่าง นายสมชายมีเงินฝาก ดังนี้
ธนาคาร ก.ไก่
สาขาเชียงใหม่ 500,000 บาท
สาขาลำพูน 700,000 บาท
รวมเงินฝาก 1,200,000 บาท |
ธนาคาร ข.ไข่
สาขาบางกะปิ 650,000 บาท สาขาพัทยา 100,000 บาท
รวมเงินฝาก 750,000 บาท |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551
หากธนาคาร ก.ไก่ ถูกปิดกิจการนายสมชายจะได้รับเงินฝากคืนเต็มจำนวน คือ 1,200,000 บาท |
หากธนาคาร ข.ไข่ ถูกปิดกิจการนายสมชายจะได้รับเงินฝากคืนเต็มจำนวน คือ 750,000 บาท |
หากธนาคาร ก.ไก่ และ ธนาคาร ข.ไข่ ถูกปิดกิจการพร้อมกัน
นายสมชายจะได้รับเงินฝากในธนาคาร ก.ไก่ คืน 1,200,000 บาท และได้รับเงินฝากในธนาคาร ข.ไข่ คืน 750,000 บาท |
ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555
หากธนาคาร ก.ไก่ ถูกปิดกิจการนายสมชายจะได้รับเงินฝากคืน 1,000,000 บาท |
หากธนาคาร ข.ไข่ ถูกปิดกิจการนายสมชายจะได้รับเงินฝากคืน 750,000 บาท |
หากธนาคาร ก.ไก่ และ ธนาคาร ข.ไข่ ถูกปิดกิจการพร้อมกัน
นายสมชายจะได้รับเงินฝากในธนาคาร ก.ไก่ คืน 1,000,000 บาท (ส่วนที่เหลือรอรับจากการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินของธนาคาร ก.ไก่) และได้รับเงินฝากในธนาคาร ข.ไข่ คืน 750,000 บาท |
16. เงินฝากในบัญชีร่วมได้รับความคุ้มครองอย่างไร
ตามสัดส่วนของแต่ละคนที่เป็นเจ้าของบัญชีร่วมตามหลักฐานที่สถาบันการเงินมี หากไม่ทราบสัดส่วนให้แบ่งเท่ากัน และนำไปรวมกับบัญชีเดี่ยวของแต่ละคนที่มี รวมแล้วได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนที่กำหนดในข้อ 14
ตัวอย่าง นายสมชายและนางสมหญิงมีเงินฝากที่ธนาคาร ก.ไก่ ดังนี้
ชื่อบัญชี |
จำนวน (บาท) |
ส่วนของ
นายสมชาย |
ส่วนของ
นางสมหญิง |
นายสมชาย |
800,000 |
800,000 |
- |
นางสมหญิง |
350,000 |
- |
350,000 |
นายสมชายและ
นางสมหญิง |
900,000 |
450,000 |
450,000 |
รวม |
2,050,000 |
1,250,000 |
800,000 |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551
หากธนาคาร ก.ไก่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
- นายสมชายจะได้รับเงินฝากคืนเต็มจำนวน คือ 1,250,000 บาท
- นางสมหญิงจะได้รับเงินฝากคืนเต็มจำนวน คือ 800,000 บาท
ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555
หากธนาคาร ก.ไก่ ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
- นายสมชายจะได้รับเงินฝากคืน 1,000,000 บาท ส่วนที่เหลือรอรับจากการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินของธนาคาร ก.ไก่
- นางสมหญิงจะได้รับเงินฝากคืน 800,000 บาท
17. ถ้ามีเงินฝากประจำ 10 ล้านบาท ครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2556 ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2555
จะได้รับการคุ้มครอง 10 ล้านบาทหรือ 1 ล้านบาท
1 ล้านบาท
18. “บัญชีเพื่อ” คุ้มครองอย่างไร
สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายคืนเงินฝากให้กับผู้มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชี เช่น บัญชี “นายสุจริตเพื่อนางสุนทรี” ถือว่านายสุจริต คือ ผู้ฝากเจ้าของบัญชี
19. หากผู้ฝากเงินของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมีหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงินนั้น สถาบันจะคำนวณเงินฝากคืนอย่างไร
สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะนำหนี้ที่ผู้ฝากเงินค้างชำระที่มีอยู่มาหักออกจากยอดรวมเงินฝากจากทุกบัญชีของผู้ฝากเงินที่ฝากในสถาบันการเงินแห่งนั้นก่อน เหลือจำนวนเท่าไรก็จะได้รับคืนตามนั้น แต่จะต้องไม่เกินวงเงินคุ้มครองสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดในข้อ 14
20. ทำไมตามกฎหมายจึงกำหนดวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท (วงเงินนี้จะมีผลบังคับใช้วันที่ 11 ส.ค. 55)
เพื่อเป็นการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวนให้กับผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ในระบบ เพราะในปัจจุบันจำนวนผู้ฝากเงินในระบบของไทยฝากเงินคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท มีถึง 98.5% คือ หากสถาบันการเงินล้ม ผู้ฝากเงิน 985 คนใน 1,000 คน ได้รับการคุ้มครองเงินฝากเต็มจำนวน สำหรับผู้ฝากเงินจำนวน 15 คน ใน 1,000 คน ก็ได้รับการคุ้มครองเริ่มต้น 1 ล้านบาทไว้ก่อน และรอรับเงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท จากการเฉลี่ยคืนที่ได้จากการขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตต่อจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
21. การคุ้มครองเงินฝากนี้ คุ้มครองเงินฝากของนิติบุคคลด้วยหรือไม่ อย่างไร
การค้มครองเงินฝากคุ้มครองนิติบุคคลด้วยเหมือนกับบุคคลธรรมดาในข้อ 14
22. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม บริษัทประกันชีวิต ประกันภัย มูลนิธิ วัด สมาคม สภากาชาด สหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินได้รับการคุ้มครองหรือไม่
ผู้ฝากที่กล่าวมาทั้งหมดถือว่าเป็นนิติบุคคลจึงได้รับความคุ้มครอง ถ้านำเงินไปฝากกับธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์จะได้รับการคุ้มครองตามวงเงินที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับกรณีเงินฝากของบุคคลธรรมดา
23. ผู้ฝากเงินจะต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อสถาบันการเงินที่ฝากเงินไว้ถูกสั่งปิดกิจการ/ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ผู้ฝากเงินจะต้องยื่นคำขอ พร้อมแสดงหลักฐานเพื่อขอรับเงินฝากคืนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากประกาศกำหนดให้มายื่นขอรับเงิน หลังจากนั้นผู้ฝากเงินจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน นับแต่วันยื่นคำขอรับเงิน
24. ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่สามารถคืนเงินฝากให้กับผู้ฝากเงินและยังไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายคืนเงินฝากแทนได้หรือไม่
สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายชำระคืนเงินฝากตามวงเงินที่ได้รับการคุ้มครอง ก็ต่อเมื่อสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วเท่านั้น
25. ผู้ฝากจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะจ่ายเงินคืนให้ตามกำหนด ถ้ามีวิกฤติสถาบันการเงินเกิดขึ้น
กฎหมายกำหนดให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากจ่ายคืนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองให้กับผู้ฝากเงินภายใน 30 วันหลังจากผู้ฝากยื่นคำขอและแสดงหลักฐานขอรับเงินหากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต นอกจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากจะต้องดำเนินการตามกฎหมายกำหนดแล้ว สถาบันเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าสถาบันจะจ่ายคืนเงินให้ผู้ฝากตามที่กำหนดไว้
อื่นๆ
26. สถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครองมีหน้าที่อะไรบ้าง
สถาบันการเงินที่ได้รับความคุ้มครองต้องจ่ายเงินนำส่งรายปี ให้แก่สถาบันคุ้มครองเงินฝากเพื่อสะสมไว้เป็นกองทุนคุ้มครองเงินฝาก เพื่อไว้ใช้จ่ายคืนเงินฝากให้แก่ผู้ฝากเงินเมื่อสถาบันการเงินถูกปิด
27. เงินนำส่งที่เก็บจากสถาบันการเงินนำส่งอัตราเท่าไร คำนวณอย่างไร
สถาบันการเงินต้องนำส่งเงินให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปีละ 2 งวด งวดที่ 1 เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน นำส่งภาย
ในวันทำการสุดท้ายของเดือนกรกฎาคมในปีนั้น และงวดที่ 2 เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม นำส่งภายในวันทำการสุดท้ายของ
เดือนมกราคมในปีถัดไป โดยคำนวณจากยอดเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองถัวเฉลี่ยทุกสิ้นวันของรอบระยะเวลา 6 เดือนของงวดที่ต้อง
นำส่ง
รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวสามารถดูได้จากประกาศคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ
ในการคำนวณยอดเงินฝากถัวเฉลี่ยและประเภทเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2552
28. สถาบันการเงินไม่นำส่งเงินให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากได้หรือไม่
สถาบันการเงินมีหน้าที่ต้องนำส่งตามกฎหมายหากสถาบันการเงินใดไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนหรือนำส่งเงินไม่ครบภายในระยะเวลาที่กำหนด สถาบันการเงินนั้นต้องเสียค่าปรับ
รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวสามารถดูได้จากประกาศคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ
การนำส่งเงินเพิ่ม พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 และประกาศคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เรื่อง หลักเกณฑ์และ
วิธีการการนำส่งเงินเพิ่ม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2552
29. หลักเกณฑ์ในการบริหารกองทุนคุ้มครองเงินฝากเป็นอย่างไร
สถาบันเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและความเสี่ยงต่ำ โดยการบริหารเงินจะเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการบริหารเงิน ซึ่งกำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงเป็นส่วนใหญ่ของการลงทุนทั้งหมด
30. ผู้ฝากเงินควรกระจายเงินฝากหลัง พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 สิงหาคม 2551 นี้หรือไม่
ในช่วง 3 ปีแรกที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ คือ 11 สิงหาคม 2551 – 10 สิงหาคม 2554 การคุ้มครองเงินฝากยังคุ้มครองเต็มจำนวน
ในปีที่ 4 คือ 11 สิงหาคม 2554 – 10 สิงหาคม 2555 จะลดวงเงินคุ้มครองเหลือ 50 ล้านบาท
และตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป คุ้มครอง 1 ล้านบาท
31. การประเมินความแข็งแกร่งของสถาบันการเงิน จะต้องดูอย่างไร
สามารถดูได้จากหลายปัจจัย เช่น สัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อทั้งสิ้น การกันสำรอง หรืออันดับ rating ที่จัดโดยองค์กรที่เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เป็นต้น
ที่มา: http://www.dpa.or.th/Detail.aspx?menu=22&id=50
กลับไปห้องเรียนกฏหมาย อ่านเรื่องอื่นๆ
|